5.ขนมไทยที่แสนจะทำง่ายหารายได่เสริมช่วงนี้เลยจร้าพี่จี้
เพิ่มความพิเศษให้ข้าวฟ่างโดยการนำไปเปียก หอมกลิ่นใบเตย หวานมันจากกะทิ กินไม่อร่อยก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว
ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่)
ข้าวฟ่าง 1 ถ้วย
น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/4 ถ้วย
ใบเตย 2-3 ใบ
น้ำเปล่า ประมาณ 2 1/2 ถ้วย
แป้งเท้ายายม่อม 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
ลูกชิดปริมาณตามชอบ
ส่วนผสมหน้ากะทิ
หัวกะทิ 1 ถ้วย
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ใบเตย 1-2 ใบ
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ล้างข้าวฟ่าง 2-3 ครั้งให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
ต้มน้ำ 2 1/2 ถ้วยจนเดือด ใส่ใบเตย ใส่ข้าวฟ่างลงต้มจนบาน ใส่น้ำใบเตยคั้น ละลายแป้งเท้ายายม่อมกับน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในข้าวฟ่าง คนให้ข้น ปิดไฟ
ทำกะทิราดหน้าโดยต้มหัวกะทิใส่เกลือและใบเตยด้วยไฟอ่อนให้พอเดือด ใส่แป้งข้าวเจ้าผสมน้ำเพื่อให้ข้น ชิมรสให้ออกเค็ม ยกลง
ตักข้าวฟ่างใส่ถ้วย ใส่ลูกชิด ราดหน้าด้วยกะทิ
สังขยาไข่ธรรมดาที่ว่าอร่อยแล้ว เพิ่มเนื้อสัมผัสของขนุนเข้าไปยิ่งทำให้อร่อยเป็นทวีคูณ
ส่วนผสม
เม็ดขนุน 1/2 ถ้วยตวง
ลูกเต๋าเนื้อขนุน 1 1/2 ถ้วยตวง
ไข่เป็ด 1 1/2 ถ้วยตวง (ประมาณ 6 ฟอง)
ใบเตย 3 ใบ
น้ำตาลมะพร้าว ¾
ถ้วยตวง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ
ต้มเม็ดขนุนโดยใส่เกลือป่นลงไปด้วย ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็แบ่งเม็ดขนุนออกมาปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นแผ่นบางๆ ตามด้วยสับหยาบๆ
หั่นเนื้อขนุนเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ขนาดครึ่งเซนติเมตร
ลงมือทำสังขยาด้วยการตอกไข่เป็ด (ประมาณ 6 ฟอง) ใส่ลงในชาม ใช้มือขยำใบเตย ในชามไข่จนเนื้อไข่ไม่เกาะตัวกัน
จากนั้นใส่น้ำตาลมะพร้าว เกลือป่น ช้อนชา หัวกะทิ ใช้มือขยำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปกรองด้วยกระชอน
จัดแบ่งเนื้อขนุนและเม็ดขนุนลงในถ้วยกระเบื้องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร จำนวน 12 ใบ ให้ได้ปริมาณเท่าๆ กัน แล้วตักส่วนผสมของไข่ใส่ลงไป โดยแบ่งให้เท่าๆ กัน
ใช้เวลานึ่ง 20 นาที
ข้าวเม่าที่เราพบเจอส่วนใหญ่จะถูกนำไปทอด ไม่ก็เอาไปคลุกมะพร้าวอ่อน แต่คราวนี้ลองมาทำ “ข้าวเม่ารางน้ำกะทิ” อร่อยไม่แพ้กันเลย
ส่วนผสม
ข้าวเม่าข้าวเหนียวอย่างดี 250 กรัม
ฟักทอง 150 กรัม
เผือก 150 กรัม
กะทิ 4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
เทียนอบ
น้ำแข็งบุบก้อนเล็กๆ
วิธีทำ
คั่วข้าวเม่าด้วยกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง คั่วตลอดเวลาจนข้าวเม่าพอง และค่อยๆ เปลี่ยนสี ลดเป็นไฟกลาง คั่วต่อจนกรอบ สีจะเปลี่ยนเป็นสีนวลอ่อนๆ พักไว้ให้เย็น ใส่กล่องปากกว้าง อบควันเทียนไว้
ปอกเปลือกฟักทองและเผือก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นึ่งในน้ำเดือนไฟแรงจนสุก พักไว้
ทำน้ำกะทิโดยเทกะทิใส่หม้อ ใส่น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย ชิมให้ได้รสหวานตามชอบ ใส่เกลือป่น ตั้งไฟ พอเดือดยกลง คนต่อไปอีกครู่ (เพื่อไม่ให้กะทิจับตัวเป็นลูก) พักไว้ให้เย็น
ตักเผือก ฟักทองใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิ โรยข้าวเม่าราง ใส่น้ำแข็งบุบ
สาคูหนับหนับที่ว่าฟินแล้ว เพิ่มความหอมหวานละมุนด้วยการต้มกับน้ำอ้อย กินแล้วยิ่งฟินกว่าเดิม (แถมทำไม่ยากด้วยนะ)
ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่)
สาคู 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
น้ำอ้อยคั้นสด 2 ถ้วย
ลูกชิดปริมาณตามชอบ
วิธีทำ
ต้มสาคูในน้ำเดือดจนสุกและใส
ต้มน้ำอ้อยให้พอร้อน ตักสาคูใส่ ใส่ลูกชิด ต้มต่อสักครู่ ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยดอกมะลิให้สวยงาม
5. ขนมกล้วย
ขนมที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกงอมจัดมาขูดเนื้อ ผสมแป้ง กะทิ และน้ำตาล ตักใส่พิมพ์สวยๆ แล้วนึ่งให้สุก โรยหน้าหรือกินคู่กับมะพร้าวทึนทึกขูด ยิ่งกินร้อนๆ ด้วยแล้วยิ่งอร่อยเลย
ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
กล้วยน้ำว้าสุกงอมขูด 2 3/4 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
แป้งเท้ายายม่อม 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาว 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
มะพร้าวทึนทึกขูดโรยหน้าตามชอบ
วิธีทำ
ใช้ช้อนขูดกล้วย ถ้ายังเหลือเป็นชิ้นอยู่ใช้มีดสับให้เละ
ละลายแป้งเท้ายายม่อมในหัวกะทิ ผสมกับแป้งข้าวเจ้าใส่ในกล้วยที่ขูดไว้ ใส่น้ำตาล เกลือ มะพร้าวขูดขาว ใช้มือขยำให้เข้ากัน
ตักใส่พิมพ์ นึ่งจนสุกประมาณ 15 นาที ยกลง พักให้เย็น แกะออกจากพิมพ์
เสิร์ฟพร้อมมะพร้าวทึนทึกขูด
อ้างอิง
https://www.gourmetandcuisine.com/cooking_recipes/detail/611
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น